ศึกแย่งชิงโควตา “แชมเปี้ยนลีก” ที่กำลังสนุก

ศึกแย่งชิงโควตา “แชมเปี้ยนลีก” ที่กำลังสนุก
ศึกแย่งชิงโควตา “แชมเปี้ยนลีก” ที่กำลังสนุก

ฟุตบอล “พรีเมียร์ลีก” เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ซึ่งจ่าฝูงยังเป็นสิงห์บลู “เชลซี” ของ “อันโตนิโอ คอนเต้” ที่แรงดีไม่มีตก ถึงแม้เกมล่าสุดจะได้แค่เสมอกับหงส์แดง “ลิเวอร์พูล” 1-1 แต่ด้วยระยะห่างบรรดาทีมที่ตามเกือบ 10 แต้ม ยังมีโอกาสให้พลาดได้อีก 2 นัด ดูแล้วเปอร์เซนต์การคว้าแชมป์ลีกอังกฤษสมัยแรกของกุนซือแดนมักกะโรนีคนนี้มีสูงมาก

ดังนั้น อันดับ 2-4 ที่เป็นโควต้าไปเล่นฟุตบอล “ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก” ในฤดูกาลหน้า น่าจะลุ้นสนุกมากกว่า เพราะมีถึง 5 ทีมด้วยกัน คือ “สเปอร์” (อันดับ 2) “อาร์เซน่อล” (อันดับ 3) “ลิเวอร์พูล” (อันดับ 4) “แมนฯซิตี้” (อันดับ 5) และ “แมนฯยูไนเต็ด” (อันดับ 6) แต่มีตั๋วให้แค่ 3 ใบและมีอีก 2 ทีมที่ต้องน้ำตาตก

เมื่อคืนก่อนหน้านี้บิ๊กแมตซ์ระหว่างหงส์กับสิงห์เสมอกัน ส่งผลให้ทั้งสองทีมตัดแต้มกันเอง แต่ทีมที่มีโอกาสอย่าง ปืนใหญ่ “อาร์เซน่อล” ก็ยังเป็นปืนใหญ่ที่เรารู้จักเหมือนเดิม ตายคาบ้านต่อ “วัตฟอร์ด” ผลฟุตบอล 1-2 แบบโทษใครไม่ได้นอกจากโทษตัวเอง หรือน้องไก่ “สเปอร์” ก็ดันบุกไปเสมอ “ซันเดอร์แลนด์” 0-0

ผลเมื่อคืนที่ผ่านมาที่ เรือใบสีฟ้า “แมนฯซิตี้” ไปเยือน “เวสต์แฮม” กับ ปีศาจแดง “แมนฯยูไนเต็ด” เปิดบ้านเจอ “ฮัลล์ ซิตี้” ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ทั้งคู่เก็บสามแต้มได้ จะทำให้ช่องว่างของคะแนน เข้าใกล้ทีมอันดับ 2-4 ที่ดันไม่ชนะหมดเลยเมื่อวันก่อน

ถ้ามองภาพรวมของแต่ละทีมที่ลุ้นโควต้าฟุตบอลบิ๊กเอีอยร์ของยุโรป “สเปอร์” ของ “เมาริซิโอ โปเชสติโน่” น่าจะลงตัวที่สุดในเวลานี้ เพราะมีเกมรับที่ไว้ใจได้ แผงมิดฟิลด์ที่ความสามารถเฉพาะตัวสูงบวกกับความคล่องตัว ความเร็ว และที่เด็ดในแดนหน้าอย่าง “แฮร์รี่ เคน” ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฤดูกาลนี้ถึงเสียประตูน้อยที่สุดเท่ากับ “เชลซี” จ่าฝูงที่เสียไปทีมละ 16 ลูกเท่ากัน แต่ที่เด็ดที่ขาดยังสู่จ่าฝูงไม่ได้เท่านั้นเอง

ส่วนปืนใหญ่ “อาร์เซน่อล” ก็ยัง 3 วันดี 4 วันไข้ วันไหนถ้าเกิดจะเล่นดีก็เล่นได้แบบน่าประทับใจ แต่ถ้าเกิดน็อตหลุดขึ้นมา ทีมท้ายตารางก็แพ้ได้เหมือนกัน ดูแล้ว “อาร์แซน เวงเกอร์” คงต้องประคองทีมให้อยู่ในพื้นที่ได้โควต้าแชมเปี้ยนลีกให้ได้ด้วยความเก๋าเกมของตัวเองซึ่งสิ่งที่ต้องพยายามคือ “เล่นเกมรับ” ให้เหนียวแน่นกว่าที่เป็นอยู่

มากันที่หงส์แดง “ลิเวอร์พูล” การตกรอบฟุตบอลถ้วย 2 รายการ อย่าง “ลีกคัพ” กับ “เอฟเอคัพ” เป็นสิ่งที่มหาชนชาวเดอะค็อปผิดหวังในตัว “เจอร์เก้น คลอปป์” และลูกทีม โดยเฉพาะเกมรับที่เป็นจุดอ่อนของทีม
นอกจากนั้นเวลาที่เล่นกับทีมใหญ่และเล่นกับทีมเล็กเหมือนเป็นคนละทีม ทั้งๆที่นักเตะเป็นชุดเดียวกัน อย่างไรก็ตามถ้ามองกันอีกมุมนึงการตกรอบฟุตบอลถ้วยอาจจะส่งผลดีกับทีมในระยะยาวก็ได้ ให้มุ่งมั่นกับฟุตบอลลีกเพียงอย่างเดียว

เรือใบสีฟ้า “แมนฯซิตี้” คือบททดสอบสำคัญของ “เป็ป กวาดิโอร่า” ว่าการมาทำงานในอังกฤษไม่ง่ายเลย ถึงจะมีทรัพยากรเงินให้ใช้แบบไม่จำกัด แต่ฟุตบอลไม่ใช่การลงทุนโดยตรงเพียงอย่างเดียว บวกกับ “เกมรับ” ของทีมที่ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรให้มาก “อืดอาด ช้า เล่นไม่เป็นระบบ” พร้อมด้วยด้วยการเสียไปแล้วถึง 28 ประตู ถ้ายังเหมือนเดิม บางที “เป็ป” อาจจะได้หางานใหม่หลังจบฤดูกาลนี้ครับ

ขณะที่ปีศาจแดง “แมนฯยูไนเต็ด” กำลังดีวันดีคืนด้วยฟอร์มที่ไม่แพ้ใครในลีกมา 14 นัด เชื่อว่าน้ามู “โชเซ่ มูรินโญ่” รู้แล้วว่าต้องทำยังไง ด้วยการปล่อยนักเตะที่ไม่มีประโยชน์หรือของปลอมทำเหมือนออกไป และสร้างทีมใหม่ขึ้นมาด้วยนักเตะที่เป็นของจริงๆ อย่างการเปลี่ยนใจ “บาสเตียน ชไวน์สไตรเกอร์” กลับมาก็เป็นอีกจุดที่ทำให้ทีมแข็งแกร่งมากขึ้น ดูแล้วถ้าไม่พลาดก็คงเอาตัวรอดอย่างน้อยๆก็อันดับ 4 ละกัน

สุดท้ายเหลืออีกประมาณ 4 เดือนก็จะจบฤดูกาลแล้ว ถือว่าเลยครึ่งทางมาแล้ว จากสภาพตอนนี้ถ้าให้คาดการณ์ว่าทีมไหนจะได้ไป “แชมเปี้ยนลีก” มองว่า “สเปอร์” แน่นอนกว่าเพื่อน ส่วน “ปืน ผี เรือ” แย่งกัน และ “หงส์แดง” บอกคำเดียวว่า “ยาก” หน่อย

สถิติอีกแล้ว!เมสซีขึ้นแท่นจ้าวฟรีคิกบาร์ซ่า

สถิติอีกแล้ว!เมสซีขึ้นแท่นจ้าวฟรีคิกบาร์ซ่า
สถิติอีกแล้ว!เมสซีขึ้นแท่นจ้าวฟรีคิกบาร์ซ่า

ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า ยังคงเดินหน้าทุบสถิติอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดขึ้นแท่นเป็นผู้เล่นที่ทำประตูจากลูกยิงฟรีคิกมากสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรเรียบร้อย

ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ของ บาร์เซโลน่า ทำประตูจากการยิงฟรีคิกให้ต้นสังกัดได้เป็นครั้งที่ 27 เรียบร้อย ซึ่งถือเป็นสถิติที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร หลังจากกระทุ้งประตูจากลูกตั้งเตะเข้าไป 1 ลูก ในเกม ลา ลีกา สเปน นัดล่าสุด ที่ บาร์ซ่า เปิดรัง คัมป์ นู พิชิต แอธเลติก บิลเบา 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ฟรีคิกดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 40 ตรงด้านข้างสนามใกล้ๆ กับเส้นหลัง ซึ่งดูเหมือนไม่ได้น่าจะทำประตูได้ แต่ เมสซี่ ก็สามารถส่งบอลผ่านการป้องกันของ กอร์ก้า อีไรซอส นายทวาร แอธ. บิลเบา เข้าไปตุงตาข่ายได้สำเร็จ และเป็นประตูขึ้นนำ 2-0 ให้กับทีม

ประตูดังกล่าวถือเป็นการทำประตูจากการยิงฟรีคิกครั้งที่ 27 ในการเล่นให้ บาร์เซโลน่า ของ เมสซี่ ซึ่งแซงหน้าสถิติเดิม 26 ประตู ของ โรนัลด์ คูมัน ตำนานปราการหลังชาวดัตช์ เรียบร้อย

“ป็อกบา” กำลังหลงทาง..

"ป็อกบา" กำลังหลงทาง..
“ป็อกบา” กำลังหลงทาง..

“ถ้าเจ้ากากอย่าง ป็อกบา เล่นได้แค่นี้บางที เอลติน ยาคูโปวิช โกลของเราควรราคาแพงมากกว่ามันสองเท่า”

เสียงสบถเยาะเย้ยจากแฟนบอล ฮัลล์ ซิตี้ รายหนึ่งบนทวิตเตอร์หลังทีมสามารถสร้างเซอร์ไพร์สบุกเจ๊า แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 ได้สำเร็จ นี่อาจเป็นแค่วลีโจ๊กของแฟนบอล ฮัลล์ ที่ล้อด้วยความสะใจ

ทว่าในความทีเล่นทีจริงสิ่งที่สาวก “เดอะ ไทเกอร์ส” รายนี้พูด มันช่างเป็นความจริงอันเจ็บปวดที่ทิ่มแทงจิตใจแฟน แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือเกิน

นับตั้งแต่ย้ายกลับมาสู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวแพงที่สุดในโลกกว่า 89 ล้านปอนด์ 5 เดือนผ่านไปถึงตรงนี้ เม็ดเงินที่ทีม “ปีศาจแดง” ลงทุน ยังไม่ได้ “ออกดอก-ออกผล” แม้แต่นิดเดียว

เราแทบไม่ได้เห็น “อิมแพ็ค” ที่ ป็อกบา แสดงต่อผีแดงในสนาม เราแทบไม่ได้เห็นการเคลื่อนที่ที่เป็นประโยชน์ของเจ้าตัว และบ่อยครั้งก็มักเล่นท่ายากจนเสียบอลโดยไม่จำเป็น

ช่างตรงข้ามกับเรื่องนอกสนามที่แข้งทีมชาติฝรั่งเศสมักอัดคลิปเต้นรำทำเพลงกับ “เจสซี่ ลินการ์ด” อย่างสนุก อีกทั้งยังนิยมแต่งตัวทำสีผมอันฉูดฉาด

อดไม่ได้ที่จะกลัวตั้งแต่เริ่มทว่าตอนนี้มันก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ

ป็อกบา ณ เวลานี้ “กำลังเดินมาผิดทาง”

ความเป็นสตาร์กำลังกลืนกินพรสวรรค์ที่มีของแข้งรายนี้อย่างช้าๆ แข้งคนเก่งกำลังให้น้ำหนักกับเรื่องนอกสนามมากกว่าการพัฒนาฝีเท้าตนเอง กับผลงานของทีมที่กำลังทรงตัวแน่ล่ะในฐานะที่เป็นกุนซือ “โชเซ่ มูรินโญ่” ต้องเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบ กุนซือรายนี้ไม่อาจปลุกเกมรุกของทีมให้สะเด่าได้เหมือนเคย ถึงใครจะบอกว่าโกลคู่แข่งนั้นเหนียว แต่ในความจริงแท็คติกของ “น้ามู” ต่างหากล่ะที่ทำให้เกมรุกฝืดเคือง

เช่นเดียวกับหัวหอกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ไม่อาจแบกความคาดหวังที่มีไว้บ่นบ่าทั้งสอง โอกาสหลายครั้งถูกสาดส่องโดยสิ้นเปลืองการประสานงานก็ติดขัด ซึ่งนั่นบ่งบอกให้เห็นว่า แรชฟอร์ด ในเวลานี้ยังไม่สมควรที่ “เป็นตัวจริง” แต่ในการพยายามหาแพะ ป็อกบา นั่นแหละที่เป็นต้นเหตุแห่งความวายวอด ทั้งๆที่เป็นถึงตัวคุมเกม ทั้งๆที่อุตส่าห์ย้ายมาพร้อมกับพกความหวังมาเต็มสองมือ แต่ในเวลานี้เจ้าตัวไม่ต่างกับ “มะเร็งร้าย” ของทีม หากใครสังเกตนัดไหนที่ผีแดงไร้ “เจ้าป็อก” อยู่บนสังเวียน เกมรุกจะลื่นสะเด่าเป็นพิเศษ ทั้งที่ถูกซื้อมาในฐานะตัวความหวังแต่เวลานี้ยาม แมนฯ ยูไนเต็ด ไร้ ป็อกบา อยู่บนสนามกลับเป็นเรื่องดีมากกว่าที่จะมี

ป็อกบา ณ เวลานี้กำลังหลงทางจริงๆ แน่นอนว่าเรื่องศักยภาพไม่ต้องพูดถึง เจ้าตัวคือแข้งระดับโลกสบายๆแต่กับ “ทัศนคติ” ที่กำลังนำพาไปตอนนี้ น่าห่วงเหลือเกินว่าจะทำ ป็อกบา “ไปไม่รุ่ง” แบบที่ควรจะเป็น

ถึงเวลาแล้วครับที่ มูรินโญ่ ควรจะดร็อป ป็อกบา ดูซักตั้ง ทำแบบที่ทำกับ “มคิทาร์ยาน” เมื่อต้นฤดูกาลดูซะเพื่อให้แข้งรายนี้ลองไปทบทวนตนเอง ตบหน้าซักฉาดหน่อย เพื่อเรียกสติของเจ้าตัวกลับคืนมา

พร้อมกับดึงสองเท้าที่กำลังล่องลอย “ลงสู่พื้นดิน” เหมือนเดิม

“แฟร้งค์ แลมพาร์ด” : จาก “เด็กเส้น” ไปเป็น “ตำนาน”

"แฟร้งค์ แลมพาร์ด" : จาก "เด็กเส้น" ไปเป็น "ตำนาน"
“แฟร้งค์ แลมพาร์ด” : จาก “เด็กเส้น” ไปเป็น “ตำนาน”

เมื่อวานนี้อีกข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลคงหนีไม่พ้นการประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการของ “แฟรงค์ แลมพาร์ด” อดีตมิดฟิลด์เชิงสูงของสโมสร “เชลซี” และ “ทีมชาติอังกฤษ” ในวัย 38 ปี หลังจากใช้เวลาค้าแข้ง 21 ปีเต็มในฐานะนักเตะอาชีพ แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะก่อนหน้านี้มิดฟิลด์อย่าง “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” ก็เพิ่งประกาศเลิกเล่นไป

แน่นอนว่าสำหรับแฟนฟุตบอลของเชลซีและอังกฤษ คงนึกถึงมิดฟิลด์หน้าหล่อคนนี้ไม่น้อย ด้วยสไตล์การเล่นที่ไม่หวือหวาแต่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับทีมด้วยการพักจังหวะ ส่งบอลให้เพื่อน สร้างสรรค์โอกาสในการทำประตูให้กับกองหน้าได้แทบทุกครั้งเวลาลูกฟุตบอลออกจากเท้า รวมทั้งการลักไก่ยิงไกลที่เฉียบคม จนสามารถยิงประตูให้กับสิงห์บลูถึง 211 ประตู ตลอด 429 นัดที่ลงสนาม ความน่าสนใจของ “แลมพาร์ด” อยู่ที่เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลของเจ้าตัวที่แตกต่างจากนักฟุตบอลอังกฤษส่วนใหญ่ เพราะเติบโตมาจากครอบครัวที่มีฐานะอยู่แล้ว เป็นลูกชายของ “แฟรงค์ แลมพาร์ด ซีเนียร์” อดีตตำนานนักเตะของเวสต์แฮม ทำให้ได้โอกาสเรียนในโรงเรียนประจำที่เป็นของเอกชนเก่าแก่ซึ่งได้รับโอกาสทางการศึกษาสูง (ถ้าเปรียบเทียบกับเมืองไทย ก็โรงเรียนเอกชนอย่าง “อัสสัมชัญ”, “กรุงเทพคริสเตียน”)

จากโอกาสทางการศึกษา ทำให้เจ้าตัวสามารถมุ่งไปทางวิชาการ แถมยังสามารถสอบ “จีซีเอสอี” ที่เปรียบเสมือนการสอบเข้ามหาลัยด้วยคะแนนวิชาภาษาละตินเกรดเอเลยทีเดียว

ดอร์ทมุนด์ ฮึ่มใส่ โอบาเมยัง สั่งห้ามพูดเรื่องย้ายทีมอีก

ดอร์ทมุนด์ ฮึ่มใส่ โอบาเมยัง สั่งห้ามพูดเรื่องย้ายทีมอีก
ดอร์ทมุนด์ ฮึ่มใส่ โอบาเมยัง สั่งห้ามพูดเรื่องย้ายทีมอีก

หลังจากที่ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยัง สไตรเกอร์ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกมาพูดถึงโอกาสในการย้ายสโมสรหลังจบฤดูกาลนี้ไปหมาด ๆ ประธานเสือเหลืองก็ออกมาสั่งให้นักเตะของตัวเองปิดปากเงียบทันที

เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ สไตรเกอร์ชาวกาบอง เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอนาคตบนเส้นทางลูกหนังของตัวเองว่า อยากจะย้ายไปอยู่กับสโมสรที่ใหญ่กว่าเต็มทนแล้ว จน มิคาเอล ซอร์ค ผ.อ.ทีมเสือเหลืองโมโห สั่งห้าพูดอะไรส่งเดชอีกต่อไป

“เราได้ประชุมกันอย่างเคร่งเครียดกับ โอบาเมยัง และสั่งเขาให้พูดน้อย ๆ ลงหน่อยเวลามีสัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องอะไรทำนองนี้” ซอร์ค กล่าว

“ผมกับ โอบาเมยัง สนิทกันมาก แต่เราก็ยังมีอะไรที่ต้องทำอยู่เพื่อแสดงให้เห็นถึงสมาธิ ความตั้งใจในแต่ละเกม”

สื่อเวียดนามเผย! “เมื่อไม่มีเรา ไทยก็แข็งแกร่ง” ในศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน

สื่อเวียดนามเผย! "เมื่อไม่มีเรา ไทยก็แข็งแกร่ง" ในศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน
สื่อเวียดนามเผย! “เมื่อไม่มีเรา ไทยก็แข็งแกร่ง” ในศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน

หลังจบการแข่งขันฟุตซอล ชิงแชมป์อาเซียน 2016 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2560 ด้วยการที่ทีมฟุตซอลทีมชาติไทย สามารถคว้าแชมป์การแข่งขันรายการนี้ได้สำเร็จ และนับเป็นแชมป์สมัยที่ 12 ของฟุตซอลทีมชาติไทย ในขณะที่อันดับที่ 2 คือเมียนมา และอันดับที่ 3 คือมาเลเซีย

หลังจบการแข่งขัน “หง็อก เดียบ” คอลัมนิสต์เว็บไซต์ bongdanet.vn ได้เขียนถึงการที่ทีมฟุตซอลทีมชาติไทยได้แชมป์ว่า ในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้ เมื่อทีมฟุตซอลทีมชาติเวียดนามไม่ได้เข้าร่วมแข่งขัน ทีมชาติไทยก็แข็งแกร่งเปรียบดั่ง “พายุ”

ขาดเวียดนาม ไทยก็แข็งแกร่งเปรียบดั่ง “พายุ” ในการแข่งฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน หลังจากที่การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 ต้องถูกเลื่อนการแข่งขันออกไปเป็นปี 2017 เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในช่วงการไว้อาลัย และด้วยเหตุนี้ ทีมชาติเวียดนาม จึงไม่ได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน

ไทยและเวียดนามคือทีมฟุตซอลที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คำกล่าวนี้ไม่ได้กล่าวขึ้นมาลอยๆ แต่อ้างอิงได้จากการที่ ทั้งไทยและเวียดนาม ต่างก็เป็นทีมที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ที่ประเทศ โคลอมเบีย เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา และจากเดิมการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 จะจัดขึ้นที่ประเทศไทย แต่เมื่ออยู่ในช่วงการไว้อาลัย ทำให้การแข่งขันต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

และเมื่อสามารถกำหนดวันที่จะทำการแข่งขันใหม่ที่กรุงเทพได้ เวียดนามก็ไม่สามารถส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันได้เพราะ เป็นช่วงเดียวกันกับวันหยุดปีใหม่ของเวียดนาม และเป็นวันที่นักเตะส่วนมากจะใช้เวลากับครอบครัว และเดินทางกลับบ้าน ทำให้การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้ ต้องขาดทีมที่เคยได้ไปฟุตซอลโลก 2016 เข้าร่วมการแข่งขันไปอีก 1 ทีม ในขณะที่ในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ไทยสามารถเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย และนั่นทำให้ไทยเป็นที่แกร่งที่สุดในการแข่งขัน ฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน ปีนี้

ในขณะเดียวกัน ทีมฟุตซอลทีมชาติเมียนมาเองก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการสามารถเข้าไปชิงชนะเลิศกับทีมชาติไทยได้สำเร็จ แต่แม้พวกเค้าจะทำได้อย่างยอดเยี่ยม แต่มันก็ยังไม่ดีพอที่จะต่อกรกับทีมชาติไทย ทำให้ต้องพ่ายแพ้ไป 1-8 ประตู โดยไทยยิงได้ครึ่งเวลาละ 4 ประตู ส่วนการแข่งขันชิงอันดับ 3 ทีมชาติมาเลเซีย เป็นฝ่ายเอาชนะทีมชาติ ติมอร์ เลสเต้ไป 8-1

ปลุกพลัง! “ปธ.ค้างคาวไฟ” อัดฉีด 1 ล้านหวังสร้างประวัติศาสตร์ล้มยักษ์ลิ่ว ACL

ปลุกพลัง! "ปธ.ค้างคาวไฟ" อัดฉีด 1 ล้านหวังสร้างประวัติศาสตร์ล้มยักษ์ลิ่ว ACL
ปลุกพลัง! “ปธ.ค้างคาวไฟ” อัดฉีด 1 ล้านหวังสร้างประวัติศาสตร์ล้มยักษ์ลิ่ว ACL

ความเคลื่อนไหวของทัพ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี หลังผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ ฟุตบอลถ้วยเอเชีย “เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017” โดยจะไปเยือน เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ทีมยักษ์ใหญ่จากจีน ในวันที่ 7 ก.พ.นี้

ล่าสุด นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี ได้ประกาศอัดฉีด 1 ล้านบาทหาก “ค้างคาวไฟ” สามารถล้มยักษ์และสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มได้สำเร็จ

“ต้องยอมรับว่า เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี มีผู้เล่นที่เหนือกว่าทีมของเราอย่างมาก พวกเขาล้วนมีนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เวิลด์คัพ ส่วนเราเป็นทีมแบบไทยๆ แต่นี่ถือเป็นโอกาสที่เราจะได้ไปเจอกับทีมระดับนี้ และเป็นการพิสูจน์ศักยภาพของทีมด้วยว่าหากเราไม่เสียประตู หรือเสมอ หรือเอาชนะได้ ทั้งหมดจะเป็นผลงานและฝีมือของสตาฟฟ์โค้ชและผู้เล่นทุกคน”

“ผมได้ให้แนวนโยบายว่า เราไม่จำเป็นต้องบุกมาก เพราะจากบทเรียนในเกมไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2017 ที่พบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด แม้เราจะบุก จะสู้เต็มที่ แต่ก็แพ้มาก ดังนั้น เราต้องทำอย่างไร แม้รูปเกมอาจไม่สวย แต่ต้องไม่เสียประตู”

“เกมนัดนี้เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด ซึ่งผมได้บอกกับลูกทีมว่าหากเราสามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ผมมีเงินอัดฉีดให้ 1 ล้านบาทเพื่อเป็นพลังใจให้กับทุกคนในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรและชื่อเสียงของประเทศชาติ” ประธานใหญ่ “ค้างคาวไฟ” กล่าวทิ้งท้าย

กุญแจสำคัญ! เผยสถิติสุดเทพของ “ก็องเต้” ที่เจ๋งชนิดไร้คู่ต่อกรในพรีเมียร์ลีก

กุญแจสำคัญ! เผยสถิติสุดเทพของ "ก็องเต้" ที่เจ๋งชนิดไร้คู่ต่อกรในพรีเมียร์ลีก
กุญแจสำคัญ! เผยสถิติสุดเทพของ “ก็องเต้” ที่เจ๋งชนิดไร้คู่ต่อกรในพรีเมียร์ลีก

พาไปชมสถิติที่ “สกาย สปอร์ตส์” สื่อดังของประเทศอังกฤษได้วิเคราะห์ออกมา โดยมี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางตัวรับของเชลซี จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเป็นพระเอกของงานนี้

จากเกมลีกล่าสุดที่ต้นสังกัด เชลซีบุกไปเสมอกับลิเวอร์พูลแบบน่าชนะ ถ้าหาก ดิเอโก้ คอสต้า หัวหอกของสิงห์บลูส์ไม่พลาดลูกจุดโทษไปเสียก่อน มีสถิติระบุว่า ก็องเต้ ทำการเข้าปะทะแย่งบอลไปได้ถึง 14 ครั้ง

ซึ่งถือเป็นสถิติที่มากที่สุดที่นักเตะคนนึงจะทำได้ในเกมเดียวของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ทิ้งห่างอันดับ 2 และ 3 ได้แก่ เดยัน ลอฟเรน และ จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม ของลิเวอร์พูล ที่ทำได้แค่ 3 ครั้ง แบบขาดลอย นอกจากนี้ สื่อดังแดนผู้ดียังเผยอีกว่า ถ้านับแค่ 3 ฤดูกาลหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสทำสถิติแย่งบอลสำเร็จมากที่สุด ทั้งๆที่เจ้าตัวเพิ่งย้ายมาค้าแข้งในอังกฤษได้ไม่ถึง 2 ปีเต็ม เรียกได้ว่าทำได้สำเร็จมากกว่าคนอื่นๆที่อยู่มานานกว่าด้วยซ้ำ

โดยเขาลงเล่นในลีกไป 59 นัด (เลสเตอร์ ซิตี้ 2015-16, เชลซี 2016-ปัจจุบัน) แย่งบอลไปได้มากถึง 253 ครั้ง เฉลี่ยตก 4.28 ครั้ง/นัด

อันดับ 2 ร่วม แย่งบอลได้ 252 ครั้งเท่ากัน ได้แก่ เนมันย่า มาติช คู่หูแดนกลางเพื่อนร่วมทีมสิงห์บลูส์ จากการลงเล่น 91 นัด และ เอริก ปีเตอร์ส แนวรับสโต๊ค ซิตี้ จากการลงเล่น 87 นัด

ส่วนอันดับ 4 มาจากเชลซีเช่นกัน ได้แก่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ลงเล่น 89 นัด แย่งบอลได้ 251 ครั้ง

ปส.เชิญ “ไผ่ วันพอยท์” เจ้าของเต็นท์รถสอบ 4 คน

ปส.เชิญ "ไผ่ วันพอยท์" เจ้าของเต็นท์รถสอบ 4 คน
ปส.เชิญ “ไผ่ วันพอยท์” เจ้าของเต็นท์รถสอบ 4 คน

รอง ผบช.ปส. เผย เตรียมเชิญ “ไผ่ วันพอยท์” – อดีตทายาทนักการเมือง และเจ้าของเต็นท์รถ รวม 4 คน สอบปมลัมโบร์กินี

พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบความเชื่อมโยงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง กรณีเส้นทางของรถลัมโบร์กินี ที่อยู่ในความครอบครองของ นายอัครกิตติ์ ว่า วันนี้พนักงานสอบสวน ได้ประสานเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องกับที่มาของรถลัมโบร์กินี เพื่อสอบถามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยในจำนวนบุคคลดังกล่าว มีรายชื่อของ นายไผ่ ลิกค์ หรือ ไผ่ วันพอยท์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการรถแข่ง และเป็นทายาทอดีตนักการเมือง ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างติดต่อเพื่อมาให้ข้อมูล

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าว มีรายงานว่า นอกเหนือจาก นายไผ่ ลิกค์ ที่เจ้าหน้าที่จะเชิญมาให้ข้อมูลแล้ว ยังมีทายาทอดีตนักการเมืองอีก 2 คน และเจ้าของเต็นท์รถอีก 1 คน ที่ขายรถให้กับ นายเบนซ์ เจ้าหน้าที่จะเชิญมาสอบถามถึงความเชื่อมโยง รวมถึงเอกสารต่าง ๆ ในการทำธุรกรรมด้วย

หงส์จ้องดึงฮันดาโนวิชเฝ้าเสาซีซั่นหน้า

หงส์จ้องดึงฮันดาโนวิชเฝ้าเสาซีซั่นหน้า
หงส์จ้องดึงฮันดาโนวิชเฝ้าเสาซีซั่นหน้า

สื่อเลี่ยนตีข่าว ลิเวอร์พูล หวังกระชากตัว ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช นายด่านคนเก่ง อินเตอร์ มิลาน มาร่วมก๊วนช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะทั้ง ซิมง มินโญเลต์ และ ลอริส คาริอุส ต่างทำผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจ

ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังให้ความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช ผู้รักษาประตูจอมหนึบของ อินเตอร์ มิลาน สโมสรดังแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มาเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำแดนมะกะโรนี เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ด้วยการที่สองนายทวารของ “หงส์แดง” อย่าง ซิมง มินโญเลต์ และ ลอริส คาริอุส ต่างมีผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจในฤดูกาลนี้ ทำให้กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ มอง ฮันดาโนวิช เป็นตัวเลือกหลักในการเข้ามาเป็นนายทวารมือหนึ่งประจำถิ่น แอนฟิลด์ ฤดูกาลหน้า

ทั้งนี้ มือกาวทีมชาติสโลวีเนียวัย 32 ปี ลงเล่นให้ “งูใหญ่” ไปแล้วทั้งสิ้น 190 นัด นับตั้งแต่ย้ายมาจาก อูดิเนเซ่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2012