Menu

5 สกินแคร์ มาแรงจากฝั่งยุโรป ช่วยลดสิว

0 Comments


สกินแคร์ ที่ช่วยบำรุงผิวหน้าทั้งหลายแล้ว หลายๆ คนก็คงจะนึกถึงผลิตภัณฑ์ของฝั่งเกาหลี ญี่ปุ่น เป็นอันดับแรกๆ ใช่ไหมล่ะคะ แต่วันนี้เราขอพาสาวๆ ย้ายฝั่งจากเอเชียไปซบสกินแคร์ทางฝั่งยุโรปกันสักหน่อยค่ะ เพราะช่วงนี้บอกเลยว่า สกินแคร์ทางฝั่งยุโรปมาแรงไม่แพ้กัน

 

 

1.The Ordinary Niacinamide 10% + Zinc 1%
สำหรับสกินแคร์สัญชาติอังกฤษตัวนี้ เรียกว่า โด่งดังในไทยสุดๆ ตอนนี้เลยค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นเซรั่มที่โดดเด่นในเรื่องของการลดปัญหาสิว ช่วยคืนความกระจ่างใสให้กับใบหน้าแล้ว ราคายังโดนใจสาวที่งบน้อยสุดๆ อีกด้วย! ซึ่งราคาจะอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท แล้วแต่ร้านค่ะ สำหรับตัวเนื้อเซรั่มนั้นจะเป็นเซรั่มเนื้อน้ำใสๆ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมง่ายมาก เหมาะสำหรับคนผิวธรรมดาและผิวแพ้ง่ายเลยค่ะ เพราะไม่มีส่วนผสมของสี น้ำหอม และแอลกอฮอล์ค่ะ ที่สำคัญยังไม่มีส่วนผสมของซิลิโคนและน้ำมันอีด้วย ฉะนั้นตัดปัญหาเรื่องการอุดตันไปได้เลยค่า
โดยส่วนผสมของตัวนี้ จะมีทั้ง Niacinamide 10% หรือก็คือ วิตามินบี 3 ที่ช่วยในเรื่องลดรอยสิว รอยแดง รอยดำต่างๆ และ Zinc 1% ที่ช่วยลดความมันบนผิว ถ้าใช้ตัวนี้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนและลดการเกิดสิวได้ดีเลยล่ะ

2.Aesop Parsley Seed Anti-oxidant Serum
สกินแคร์ที่ภาพลักษณ์เก่ๆ ชิคๆ ตัวนี้ เป็นสกินแคร์จากเมลเบิร์น ออสเตรเลียนั่นเองค่ะ สำหรับแบรนด์นี้บอกเลยว่า สาวผิวแพ้ง่ายต้องหลงรัก! เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมมาจากธรรมชาติ ทำให้อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว จะผิวแพ้ง่ายแค่ไหนก็วางใจได้! ซึ่งตัว Parsley Seed Anti-oxidant Serum ก็เรียกว่า เป็นตัวโด่งดังของเค้าเลยค่ะ
โดยเซรั่มตัวนี้เป็นเซรั่มเข้มข้น ที่มีส่วนผสมจากเมล็ดพาร์สลีย์ ด้วยความที่เค้าเป็นเซรั่มเข้มข้น จึงสามารถบำรุงผิว ฟื้นฟูผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยบำรุงผิวหน้าให้แข็งแรง รูขุมขนดูเล็กลง ใช้เพียงไม่กี่วันก็จะรู้สึกได้เลยค่ะว่า สิวผด สิวเล็กๆ ทั้งหลายหายไป ที่สำคัญใบหน้ายังดูอิ่มขึ้น แถมไม่ดูหมองคล้ำ แต่สำหรับตัวนี้ราคาอาจจะสูงเล็กน้อยนะคะ ซึ่งขนาด 100 มล. ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2,600 บาท หากใครคิดว่านี่คือการลงทุนที่คุ้มค่า ก็จัดได้เลย!

3.Philosophy Purity Made Simple Cleanser
สำหรับตัวนี้หลายๆ คนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตากันเท่าไหร่ค่ะ แต่ถ้าใครกำลังมองหาคลีนเซอร์จากฝั่งยุโรปอยู่ล่ะก็ บอกเลยว่า ตัวนี้เด็ดมาก! สำหรับ Philosophy นั้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่โด่งดังจากอังกฤษค่ะ ซึ่งทีเด็ดของคลีนเซอร์ตัวนี้อยู่ที่ความสามารถ 3 in 1 ที่เป็นได้ทั้ง 3 อย่างในขวดเดียวนั่นเอง! ไม่ว่าจะนำมาใช้เป็นคลีนเซอร์สำหรับล้างหน้าก็ได้ หรือจะใช้เป็นโทนเนอร์หรือผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาก็ได้ ซึ่งนอกจากจะทำความสะอาดผิวได้อย่างอ่อนโยนและล้างเครื่งสำอางได้อย่างหมดจดแล้ว ยังไม่ก่อให้เกิดการอุดตัยซึ่งเป็นสาเหตุของสิว และยังบำรุงและเก็บรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีอีกด้วยนะจ๊ะ! เป็นสกินแคร์อีกหนึ่งตัวที่ควรค่าแก่การลองมากๆ !

4.Mario Badescu Drying Lotion
เชื่อว่าสาวบางคนอาจจะยังไม่เคยรู้จักกับแบรนด์นี้มาก่อน แต่ถ้าใครที่มีปัญหาเรื่องสิวล่ะก็ แนะนำว่าให้หาผลิตภัณพ์จากแบรนด์นี้มาใช้ด่วน! เพราะ Mario Badescu เป็นแบรนด์สกินแคร์จากฝั่งอเมริกาที่โดดเด่นในการช่วยรักษาผิวหน้าและรักษาสิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิว และสำหรับตัว Drying Lotion นั้นก็ช่วยจัดการกับสิวอักเสบโดยเฉพาะเลยค่ะ เพียงแต้มบางๆ ที่บริวเณหัวสิวก่อนนอน ยาตัวนี้จะช่วยรักษาสิวอักเสบ สิวหัวหนอง ให้แห้งได้ภายในคืนเดียว โดยที่ไม่ทำให้ผิวเรารู้สึกแห้งตึงหรือเกิดอาการแพ้ใดๆ ค่ะ หรือจะใช้แต้มหลังกดสิว ก็จะช่วยลดการอักเสบได้ดีค่ะ
แต่สำหรับวิธีใช้ของตัวนี้ เค้าแนะนำว่าไม่ต้องเขย่าขวดค่ะ ตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอน แล้วใช้คอตตอนบัดจุ่มลงไปจนถึงบริเวณน้ำสีชมพู จากนั้นนำมาแต้มสิวได้เลย แค่คืนเดียวรับรอง สิวอักเสบหายวับไปเลยจ้าา

5.Pixi Beauty Glow Tonic
มาถึงสกินแคร์ตัวสุดท้ายกันแล้วค่าา กับโทนเนอร์ผลัดเซลล์ผิวชื่อดังแบรนด์ Pixi จากอังกฤษ ที่โด่งดังสุดๆ ในหมู่บิวตี้บล็อกเกอร์ฝั่งอเมริกา และยุโรปนั่นเองค่ะ ซึ่งใครที่ยังไม่เคยใช้โทนเนอร์ เราขอแนะนำตัวนี้เลย! ใช้แล้วผิวหน้าขาวใสอย่างแน่นอน เพราะโทนเนอร์ตัวนี้จะเน้นในเรื่องการผลัดเซลล์ผิวเป็นหลัก ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวกระจ่างใสมากขึ้น โดยที่ไม่ทำให้หน้าแห้งตึงค่ะ นอกจากนั้นยังช่วยเรื่องการลดเลือนรูขุมขน ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียน ชุ่มชื้น และทำให้ผิวมีความสมดุลมากขึ้น ที่สำคัญเป็นโทนเนอร์ที่อ่อนโยนมากๆ จึงสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวเลยค่ะ จะผิวแพ้ง่ายแค่ไหนก็ใช้ได้สบาย!

ป้ายกำกับ:, , , , ,