พันธุ์สุกรที่ควรใช้

 

    ตามหลักพันธุศาสตร์ พ่อและแม่จะถ่ายทอดพันธุกรรมให้กับลูกได้ฝ่ายละครึ่งหนึ่ง นั่นคือพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่มีต่อประสิทธิภาพการผลิต ดังนั้นการตัดสินใจที่จะเลือกพันธุ์และการคัดเลือกสุกรเพื่อใช้ ้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จึงต้องกระทำอย่างพิถีพิถันและละเอียดที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการสอบพันธุ์ประวัติหรือความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งจะต้องติดตามดูผลผลิตการให้ลูกด้วย บางครั้งอาจจะมีลักษณะผิดปกติบางอย่างปรากฏออกมาในรุ่นลูก นั่นหมายถึง การมีลักษณะผิดปกติแฝงอยู่ในตัวพ่อแม่พันธุ์ อย่างไรก็ตาม หากมีการคัดเลือกสุกรที่จะใช้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เป็นอย่างดีแล้ว แต่มีข้อบกพร่องหรือขาดการจัดการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง ก็จะทำให้สุกรที่คัดเลือกไว้นั้นไม่สามารถที่จะทำหน้าที่เป็นพ่อแม่พันธุ์ที่ดีได้ตามความสามารถของมันที่มีอยู่ ซึ่งจะส่งผลทำให้การผลิตสุกรมีประสิทธิภาพต่ำลงจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจกับวิธีการจัดการเลี้ยงดู สุกรพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ให้ดีเสียก่อน ดังจะได้กล่าวถึงต่อไป
การจัดการสุกรพ่อพันธุ์
สุกรเพศผู้ที่ใช้เป็นพ่อพันธุ์จะเริ่มใช้งานได้จะต้องมีอายุอย่างน้อยประมาณ 8 เดือน หรือน้ำหนัก 110 กิโลกรัม ปกติสุกรเพศผู้จะเริ่มเป็นหนุ่มตั้งแต่อายุ 4-5 เดือน แม้ว่าจะสามารถผสมพันธุ์ได้แต่ก็ยังไม่ควรใช้ เพราะร่างกายยัง เจริญเติบโตไม่เต็มที่ ปริมาณการผลิตน้ำอสุจิยังไม่มากพอ ตัวอสุจิยังไม่แข็งแรงพอ ซึ่งจะเป็นผลทำให้อัตราการผสมติดต่ำ ในกรณีที่ขนาดของพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ต่างกันมาก จะทำให้การผสมพันธุ์ไม่ถนัด และแข้งขาของพ่อพันธุ์หนุ่มยัง
ไม่แข็งแรงพอ อาจจะเป็นสาเหตุทำให้สุกรเพศผู้นั้นใช้ทำเป็นพ่อพันธุ์ได้ระยะสั้น สุกรเพศผู้ที่จะใช้เป็นพ่อพันธุ์ตัวใหม่ ควรจะนำเข้ามาในฝูงแม่พันธุ์ก่อนการใช้งานประมาณ 4-6 สัปดาห์ หรือเอาเข้ามาในขณะที่พ่อสุกรหนุ่มอายุได้ 6.5-7 เดือน เพื่อให้สุกรมีความเคยชินกับสภาพของฝูงแม่พันธุ์นั้นและเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้พ่อพันธุ์ที่เข้ามาใหม่ด้วย นอกจากนี้สุกรเพศผู้ที่ถูกเลี้ยงขังเดี่ยวหรือไม่มีโอกาสพบปะกับสุกรตัวอื่น มักจะมีพฤติกรรมการเล้าโลมสุกรเพศเมียน้อยลง และมีความสามารถในการผสมลดลง จำนวนครั้งในการผสมพันธุ์น้อยลงด้วย (Hemsworth, et al., 1978; Hemsworth และ Beilharz, 1979) การได้พบปะฝูงแม่พันธุ์ก็จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวให้น้อยลง เมื่อสุกรหนุ่ม

เริ่มเคยชินและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้แล้วสุกรหนุ่มก็จะมีอายุเข้าใกล้ 8 เดือน จึงเริ่มหัดสุกรหนุ่มนั้นให้ขึ้นผสมกับแม่สุกร การฝึกใช้งานระยะแรก ๆ จะมีผลต่อการใช้งานสุกรพ่อพันธุ์ต่อไปข้างหน้า เพราะถ้าผสมครั้งแรกล้มเหลวจะทำให้สุกรหนุ่ม ตัวนั้นท้อแท้ไม่อยากผสมพันธุ์อีก ดังนั้นการฝึกควรจะคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้

  • แม่พันธุ์ที่จะใช้สำหรับฝึกงานให้กับสุกรหนุ่มขึ้นผสมควรเป็นแม่พันธุ์เก่า ไม่ควรใช้สุกรสาว
    และควรมีขนาดเท่า ๆ กับสุกรหนุ่ม และต้องเป็นสัดเต็มที่ ยืนนิ่งจริง ๆ และไม่ดุ
  •  ควรนำแม่พันธุ์เข้าไปผสมกับสุกรหนุ่มในคอกของสุกรหนุ่มนั้น ทั้งนี้เพราะสุกรหนุ่มมีความเคยชินกับสภาพ
    ที่เคยอยู่ จะได้ไม่เกิดอาการตื่น สภาพพื้นคอกที่ใช้ผสมต้องแห้งไม่ลื่น
  • ต้องพยายามฝึกให้สุกรหนุ่มขึ้นผสมทางด้านท้ายของแม่สุกร อย่าให้สุกรหนุ่มขึ้นผสมทางด้านหัวของแม่สุกร เพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัยของสุกรพ่อพันธุ์ในการผสมครั้งต่อ ๆ ไป
  •  ในขณะที่สุกรหนุ่มขึ้นทับแม่สุกรนั้น อย่าปล่อยให้พ่อสุกรใช้เท้าปีนป่ายอยู่บนหลังของแม่สุกรโดยไม่หยุด เพราะจะทำให้แม่สุกรเกิดความเจ็บและจะไม่ยอมให้ผสมต่อไป
  •  ในขณะที่กำลังฝึกสุกรหนุ่มนั้น อย่าตีหรือทำอะไรที่จะทำให้พ่อสุกรเกิดความกลัว เพราะถ้าหากสุกรหนุ่ม
    เกิดความกลัวแล้วจะไม่ยอมขึ้นผสมแม่สุกร
  •  ในขณะที่สุกรหนุ่มขึ้นผสมแม่สุกรนั้นควรช่วยจับอวัยวะเพศผู้ สอดใส่เข้าอวัยวะเพศเมีย เพื่อป้องกันไม่ให้
    อวัยวะเพศผู้เข้าช่องทวารหนักของแม่พันธุ์
  •  หากแม่สุกรไม่ยอมให้สุกรหนุ่มผสมให้รีบนำแม่สุกรออกจากคอกผสม อย่าปล่อยให้เกิดการต่อสู้กับสุกรหนุ่ม เพราะจะทำให้สุกรหนุ่มเกิดความกลัว
  •  ไม่ควรนำสุกรหนุ่มเข้าไปในคอกรวมของแม่สุกร เพราะจะทำให้สุกรหนุ่มเกิดการตกใจกลัวแม่สุกร
  •  เมื่อสุกรหนุ่มเริ่มแสดงอาการไม่สนใจแม่สุกรแล้ว ควรนำแม่สุกรออกจากคอกผสม ไม่ควรทนฝึกต่อไป ปกติการฝึกสุกรหนุ่มให้ขึ้นผสมแม่สุกร จะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีก็เพียงพอแล้ว
  • ควรให้สุกรหนุ่มได้วิ่งออกกำลังกายบ้าง เพื่อไม่ให้สุกรหนุ่มเกิดความเฉื่อยไม่กระตือรือร้น
  •  สุกรหนุ่มตัวไหนที่ขึ้นผสมแม่สุกรได้แล้ว ในช่วงแรกควรใช้งานสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็พอ อย่าใช้งานหนักเกินไป ควรขังสุกรหนุ่มไว้ใกล้คอกสุกรพ่อพันธุ์ที่ใช้งานแล้ว เพื่อให้สุกรหนุ่มเรียนรู้จากการผสมของสุกรพ่อพันธุ์ที่ใช้งานอยู่

สุกรพ่อพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วคั้รงหนึ่ง และได้รับการฝึกผสมพันธุ์แล้วก็ตาม บางครั้งพ่อสุกรหนุ่มมักจะเกิด ปัญหาความผิดปกติทางกายภาพและฮอร์โมน จึงควรที่จะมีการคัดเอาเฉพาะสุกรพ่อพันธุ์ที่ดีจริง ๆ เท่านั้นไว้ใช้งาน โดยดูจากการใช้งานในระยะ 3 เดือนแรก ซึ่งจะพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้

1. ความต้องการทางเพศ (Sex drive)
คัดเอาเฉพาะสุกรพ่อพันธุ์ที่มีความกระตือรือร้นที่จะผสมกับแม่สุกรอยู่เป็นประจำไว้ใช้งาน ส่วนพ่อสุกรตัวที่มีีความเฉื่อยชาในการผสมพันธุ์นั้น ให้ พิจารณาคัดทิ้งไป

2. นิสัยในการผสมพันธุ์ (Mating habit)
เป็นลักษณะเฉพาะของพ่อสุกรแต่ละตัว บางตัวก็ มีสินัยดี เมื่อแม่สุกรเข้ามาในคอกผสมก็จะมีการเล้าโลมบ้างเล็ก
น้อยแล้วขึ้นผสม แต่บางตัวมีนิสัยไม่ค่อยดีใช้เวลาเล้าโลมก่อนผสม นานเกินไปทำให้แม่สุกรเบื่อ บางตัวก็อาจจะเล้าโลมรุนแรง เกินไปหรืออาจจะกัดแม่สุกรก่อนขึ้นผสม หรือบางตัวก็จะใช้ ้เท้าปีนป่ายบนหลังแม่สุกรในระระหว่างผสมทำให้แม่สุกรเจ็บ เป็นแผล และไม่ยอมให้ผสมต่อไป จึงควรพิจารณาคัดพ่อ สุกรที่มีนิสัยไม่ดีดังกล่าวทิ้ง

3. ประสิทธิภาพในการเป็นพ่อพันธุ์ (Potency)
ควรจะทดสอบโดยให้พ่อสุกรผสมกับแม่พันธุ์ดี ๆ ประมาณ 4-5 ตัว ถ้าปรากฎว่ามีแม่สุกร 1-2 ตัวกลับสัดภายใน 21 วัน ก็แสดงว่า พ่อสุกรตัวนั้นไม่สมควรใช้เป็นพ่อพันธุ์ต่อไป ถ้าไม่มีแม่สุกรกลับสัดเลยก็แสดงว่า พ่อสุกรมีเชื้อดีควรคัดไว้ใช้ เป็นพ่อพันธุ์ต่อไป

การใช้และบำรุงรักษาพ่อพันธุ์ หลังจากที่คัดพ่อสุกรที่ดีไว้ใช้งานได้แล้ว เราควรจะมีวิธีการใช้และบำรุงรักษาพ่อสุกรนั้นอย่างถูกวิธี เพื่อให้มีอายุการ ใช้งานได้นาน และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีข้อควรพิจารณาดังต่อไปนี้

1. อัตราการผสมพันธุ์
การใช้งานพ่อพันธุ์จะมากน้อยขึ้นอยู่กับอายุ พ่อพันธุ์หนุ่มไม่ควรใช้งานมากเกินไป ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้นว่าเราจะ
เริ่มใช้พ่อพันธุ์ตั้งแต่อายุ 8 เดือนขึ้นไป แต่จะให้ดีแล้วควรจะใช้งานมากขึ้นเมื่ออายุได้ 15 เดือนขึ้นไป จะทำให้พ่อพันธุ์
แข็งแรงสามารถใช้งานได้นาน ปริมาณน้ำอสุจิและความสมบูรณ์ของน้ำอสุจิจะสูงกว่าสุกรอายุน้อย ความถี่ของการผสมพันธุ์ ควรจะมีจำนวนครั้งของการผสมพันธุ์ที่พอเหมาะ หากมากเกินไปความสามารถทางสรีระร่างกายของพ่อพันธุ์จะผลิตน้ำอสุจิ ได้ไม่เพียงพอ ปริมาณตัวอสุจิน้อย ทำให้อัตราการผสมติดต่ำการผสมมากเกินไปจะมีผลทำให้สภาพร่างกายของพ่อพันธุ์ อ่อนแอ และเสื่อมโทรมเร็วกว่าปกติ อาจจะเป็นหมันไปในที่สุด การใช้งานของพ่อพันธุ์ควรเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ถ้าหยุดใช้ พ่อพันธุ์นานเกินไปก็จะทำให้เชื้อตาย และผสมไม่ติด

2. เวลาผสมพันธุ์
ควรใช้พ่อพันธุ์ผสมกับแม่พันธุ์ในขณะที่มีอากาศเย็นสบายไม่ร้อนเกินไป เพราะการผสมในขณะที่มีอากาศร้อน นอกจากผล การผสมไม่ดีแล้ว ยังทำให้พ่อสุกรเหนื่อยได้ง่ายบางทีอาจจะหอบและตายก็ได้ดังนั้นการผสมพันธุ์ควรเลือกช่วงที่อากาศเย็น ได้แก่ ตอนเช้า เวลา 5.00-7.00 นาฬิกา ตอนเย็นเวลา 17.00-19.00 นาฬิกา

3. การให้อาหาร
พ่อพันธุ์ที่อยู่ในระยะใช้งานควรจะได้รับอาหารอย่างเพียงพอทั้งประมาณและคุณภาพ ปริมาณอาหารที่พ่อพันธุ์ควร
ได้รับประมาณ 1.5-1.8 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวต่อวัน หรือประมาณ 2-2.5 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน ควรมีการเสริมวิตามิน หรือหญ้าสดให้กับพ่อพันธุ์บ้างไม่ควรให้อาหารมากเกิน จะทำให้พ่อพันธุ์อ้วนเกินไป จะมีผลทำให้พ่อพันธุ์เฉื่อยชา และมีปัญหาในการขึ้นผสมกับแม่พันธุ์เพราะน้ำหนักของพ่อสุกรมากเกินไป แม่สุกรจะยืนรับน้ำหนักไม่ไหว

4. การออกกำลังกาย
สุกรพ่อพันธุ์ควรจะได้ออกกำลังกายบ้าง โดยปล่อยให้พ่อพันธุ์ออกจากคอกมาวิ่งเล่นตามทางเดิน หรืออาจจะมีลานไว้ให้
พ่อสุกรได้ออกกำลังกาย จะช่วยให้พ่อพันธุ์กระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า ไม่อ้วนเกินไป

5. การตรวจเช็คน้ำเชื้อ
ควรมีการตรวจเช็คคุณภาพน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์เป็นประจำ อาจจะเป็นเดือนละครั้ง โดยตรวจเช็คปริมาณน้ำเชื้อ ความเข้มข้น ของน้ำเชื้อ ปริมาณตัวอสุจิที่มีชีวิต การเคลื่อนไหวของตัวอสุจิ ปกติสุกรจะหลั่งน้ำเชื้อออกมาครั้งละประมาณ 100-500 ซี . ซี . โดยเฉลี่ย 300 ซี . ซี . และมีตัวอสุจิอยู่ไม่น้อยกว่า 20-50 พันล้านตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดอายุ และอัตราการผสมพันธุ์ หากพบพ่อพันธุ์มี น้ำเชื้อผิดปกติ ควรพักพ่อพันธุ์นั้นไว้สัก 2 สัปดาห์แล้วเช็คดูใหม่อีกก่อนการใช้งาน

6. สภาพแวดล้อม
พ่อพันธุ์ควรจะได้รับการเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 20- 24 องศาเซลเซียส การเลี้ยงพ่อพันธุ์ในสภาพอากาศร้อนจะทำให้เกิดความเครียด ซึ่งจะมีผลทำให้ปริมาณน้ำเชื้อและจำนวนตัวอสุจิในน้ำเชื้อ ลดลง และยังมีผลทำให้ตัวอสุจิตายมากขึ้นผลจากการที่พ่อพันธุ์กระทบอากาศร้อน จะยังคงส่งผลต่อมาอีก 2-3 อาทิตย์ แม้ว่าจะให้พ่อพันธุ์ได้อยู่ในสภาพอากาศที่เย็นสบายแล้วก็ตาม ในสภาพอากาศร้อนอาจจะมีการพ่นละอองน้ำให้พ่อพันธุ์ โดยตรง หรือการใช้วิธีพ่นน้ำบนหลังคาโรงเรือน