การเลี้ยงสุกรขุน

พื่อให้การเลี้ยงสุกรรุ่น – ขุน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพได้สุกรที่เติบโตดีตามพันธุกรรม และเกิดการเสียหาย

น้อยที่สุด แนะนำให้จัดการตามขั้นตอนและรายละเอียด ดังต่อไปนี้

1. สถานที่และพื้นที่ต่อตัว
ควรต้องมีคอกหรือโรงเรือนสำหรับเลี้ยงดูจัดการสุกร รุ่น – ขุน แยกเป็นสัดส่วนโดยเฉพาะและควรจัดตามรายละเอียดต่อไปนี้
1.1 การเตรียมคอกหรือโรงเรือนก่อนรับเข้าเลี้ยง
– ย้ายสุกรรุ่นเก่าที่ครบอายุขาย แต่น้ำหนักไม่ได้มาตรฐานออกขายหรือย้ายไปรวมคอกเลี้ยงในโรงเรือนใหม่เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด เตรียมโรงเรือนไว้รับเลี้ยงสุกรรุ่นใหม่
– พ่นล้างทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม รวมทั้งอุปกรณ์ให้น้ำและอาหารแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นตรวจเช็คซ่อมแซมคอกและอุปกรณ์ใช้งานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
– พ่นฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อออกฤทธิ์กว้าง ทำลายเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ดีที่มีคุณสมบัติจับเกาะบนพื้นผิวได้นาน
1.2 พื้นที่ต่อตัวที่ใช้เลี้ยง หากพิจารณาตามรูปแบบการเลี้ยงสุกรในช่วงรุ่น – ขุน ซึ่งโดยทั่วไปจะแนะนำให้เลี้ยงที่อายุเริ่มต้น 10 สัปดาห์ ไปจนถึงอายุและน้ำหนักขุนขายได้ (100-110 กิโลกรัม) พื้นที่ต่อตัวที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่อย่างน้อย 1.2 ตารางเมตรต่อตัว จำนวนตัวที่ใส่ต่อคอก 20-25 ตัว
1.3 ช่วงอายุสุกรที่เลี้ยงอยู่ในโรงเรือนสุกรรุ่น – ขุน สุกรที่ย้ายจากโรงเรือนอนุบาลเข้าเลี้ยงในโรงเรือนรุ่นขุน จะอยู่ในโรงเรือนตั้งแต่อายุ 10 สัปดาห์ ไปจนถึงประมาณ 23-24 สัปดาห์

2. น้ำ
ควรมีการจัดการและดูแล ดังต่อไปนี้
2.1 ตรวจเช็คสภาพอุปกรณ์การให้น้ำ อุปกรณ์ดังกล่าวควรอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานสุกรสามารถกินและเล่นได้อย่างสะดวกตลอดช่วงของการเลี้ยงดู
2.2 คุณภาพน้ำ ต้องตรวจเช็คดูน้ำที่จะให้แก่สุกรต้องมีคุณภาพและความสะอาดอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
2.3 อัตราไหลของนํ้าและปริมาณจุ๊บน้ำ แนะนำว่าอัตราไหลของน้ำจากจุ๊บควรจะอยู่ที่ 1-2 ลิตรต่อนาที จำนวนจุ๊บน้ำใช้ 3-4 หัวจุ๊บต่อคอก โดยมีระดับความสูงหลายระดับตามความเหมาะสมของอายุ
2.4 เทคนิคบางประการในการใช้จุ๊บน้ำ ในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรก ของการรับเข้า ควรกดจุ๊บน้ำให้ไหลหรือพุ่งออกมาเพื่อให้สุกรกินและเล่นผ่อนคลายความเครียดจากการย้ายและการรวมคอก

3.อาหาร
มีรายละเอียดและขั้นตอนการจัดการดังต่อไปนี้
3.1คุณค่าอาหาร ควรเลือกให้อาหารที่มีคุณค่าทางพลังงาน โปรตีน กรดอะมิโน ที่สำคัญ รวมถึงไวตามิน แร่ธาตุครบตามความต้องการของสุกรในช่วงรุ่นและขุน
3.2คุณภาพของอาหาร ต้องสดใหม่ปราศจากการปนเปื้อนของเชื้อโรค เชื้อรารวมทั้งมีความน่ากินสูง
3.3รูปแบบของอาหารที่ให้ การใช้อาหารอัดเม็ดจะช่วยเรื่องปริมาณการกินได้ของสุกร และประสิทธิภาพการใช้ อาหารจะดีกว่ารูปแบบอื่น
3.4อุปกรณ์การให้อาหาร ต้องตรวจซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และผ่านการทำความสะอาดอย่างดีก่อนการนำสุกรเข้าเลี้ยง

4.อากาศและสภาพแวดล้อม
แนะนำให้จัดการ ตามหลักการเช่นเดียวกับในสุกรอนุบาล คือ อุณหภูมิเหมาะสม มีอากาศบริสุทธิ์ถ่ายเทได้สะดวก จัดสภาพแวดล้อมไม่ให้อับทึบขัดขวางทางลม

5.การจัดการรับสุกรเข้าเลี้ยงในโรงเรือนสุกรรุ่น – ขุน
เพื่อให้การเจริญเติบโตเป็นไปตามพันธุกรรมตามปกติและมีการสูญเสียของสุกรน้อยที่สุดแนะนำว่าการจัดการรับเข้าเลี้ยงจะเน้นหลักการปฏิบัติที่ก่อความเครียดให้กับสุกรรุ่นน้อยที่สุดและจัดการให้ตรงกับความต้องการของสุกรมากที่สุด ดังรายละเอียด ต่อไปนี้
5.1ช่วงเวลาในการย้ายเข้าเลี้ยง ให้เลือกช่วงเวลาที่อากาศเย็นสบาย เช่น เวลาในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น
5.2สถานที่และพื้นที่ต่อตัว แนะนำให้จัดการตามที่ได้กล่าวไว้ในหัวข้อการจัดการเรื่องสถานที่
5.3การจัดขนาด ควรมีการจัดขนาดให้ไล่เลี่ยกันในแต่ละคอกในช่วงการรับเข้าใหม่
5.4น้ำ ต้องมีกินและเล่นอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรกของการรับเข้าเลี้ยง
5.5อาหาร ต้องมีกินตลอดเวลาและสุกรสามารถเข้ามากินได้ทั่วถึงทุกตัว
5.6การให้ยาปฏิชีวนะเสริมเพื่อช่วยลดการเจ็บป่วยที่จะเกิดขึ้นภายหลังการย้ายเข้าเลี้ยงของสุกรรุ่น แนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านจุลชีพที่ออกฤทธิ์กว้างในระดับป้องกันในโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคระบบทางเดินอาหารในช่วงการรับเข้าเป็นเวลา 7-10 วันรูปแบบการให้ที่เหมาะสมมี 2รูปแบบ คือ การให้ยาละลายน้ำกับการให้ยาผสมอาหาร สำหรับการละลายน้ำ มีข้อพึงระวังก็คือ ให้ถัดจากวันรับเข้า 1วัน และบังคับให้สุกรกินเฉพาะช่วงครึ่งเช้าของวันเท่านั้น ทั้งนี้การละลายยาในน้ำ อาจใช้ร่วมกับผงเกลือแร่อิเลก-โตรไลต์ ก็จะช่วยให้สุกรมีการฟื้นตัวที่ดีขึ้น
5.7 อุณหภูมิที่เหมาะสม สัปดาห์แรกหลังการรับเข้าควรอยู่ที่ 26 – 28 องศาเซลเซียสการจัดการสุกรระยะรุ่น-ขุน2-3กาการจัดการสุกรระยะรุ่น–ขุน22–33
5.8อากาศและสภาพแวดล้อม-จัดการให้มีอากาศบริสุทธิ์หรือลมพัดถ่ายเทเข้าในโรงเรือนได้สะดวก-ป้องกันไม่ให้ลมเข้ากระทบตัวสุกรโดยตรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสัปดาห์แรกหลังรับเข้า-ใช้อุปกรณ์พัดลมเสริม หากสภาพอากาศร้อนชื้นให้ใช้อุปกรณ์ เช่น พัดลมเป่าช่วยให้เกิดการเคลื่อนตัวของอากาศและความร้อนชื้นออกจากโรงเรือน ก็จะช่วยบรรเทาไปได้มาก

6.การจัดการสุขภาพและภูมิคุ้มกัน
6.1สุขภาพ ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงอากาศหรือฤดูกาลอย่างรุนแรง แนะนำให้ผสมยาปฏิชีวนะออกฤทธิ์กว้างลงในอาหารเพื่อป้องกัน และควบคุมการเจ็บป่วย โดยเลือกใช้ยาตามคำแนะนำในตัวอย่างการใช้ยาหรือโดยปรึกษากับสัตวแพทย์ในท้องที่
6.2ภูมิคุ้มกัน ในระยะแรกของการลงเลี้ยงเป็นสุกรรุ่น – ขุนอาจมีความจำเป็นต้องทำวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มโรคที่จะก่อผลเสียต่อการผลิต สำหรับช่วงอายุและชนิดของวัคซีนที่ทำควรปรึกษากับสัตวแพทย์ในท้องที่

7.ระบบการเลี้ยงและเข้า-ออกสุกร
ด้วยหลักการที่ต้องการให้สุกรมีการเจริญเติบโตตามพันธุกรรม มีการกินอาหารดีโดยตลอด ระบบการเลี้ยงที่จะแนะนำตามหลักการดังกล่าวและเป็นที่นิยมกันก็คือ การเลี้ยงสุกรแบบเข้าหมด-ออกหมด โดยสุกรมีอายุต่างกันไม่เกิน 2 สัปดาห์ในโรงเรือนเดียวกันแบบนี้จะเป็นระบบที่มีการรบกวนสุกรน้อยที่สุด ระบบการเลี้ยงแบบเข้าหมด – ออกหมดนั้น เมื่อถึงอายุและน้ำหนักที่จะต้องย้ายออกจำหน่ายโดยจำกัดอายุสูงสุดไว้ที่ 28สัปดาห์ เป็นเกณฑ์แล้วยังมีสุกรที่โทรม แคระแกรนอยู่อีกให้จัดการย้ายออกขายหรือยายไปจากโรงเรือนนั้นให้หมด ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในเรื่องการจัดการเตรียมคอกไว้รับเลี้ยงสุกรในรุ่นใหม่ต่อไป โดยไม่ให้มีตัวป่วย ตัวแคระแกรนเข้าไปกินพื้นที่และแพร่เชื้อโรคก่อการเจ็บป่วยในรุ่นใหม่ที่ย้ายเข้ามาเลี้ยงสุกรรุ่น – ขุนที่ผ่านการจัดการมาตรฐานดังกล่าวข้างต้น หากทำได้เหมาะสมและดีพอก็จะได้สุกรขุนที่มีอัตราการเจริญเติบโตดีมีน้ำหนักมาตรฐาน คือ ที่อายุ 24สัปดาห์ น้ำหนักควรจะได้ประมาณ 95กิโลกรัม สุขภาพและคุณภาพซากอยู่ในเกณฑ์ดีตามพันธุกรรม

Please follow and like us:
0