การเริ่มต้นและการเตรียมการ

1. การวางแผนและเตรียมงาน

  • กำหนดขอบข่าย คุ้มรวม และวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
  •  กำหนดรายการข้อมูลที่เก็บรวบรวม
  •  กำหนดคำจำกัดความ
  •  การเตรียมแบบสอบถามและแบบต่างๆ
  •  การจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูล
  •  การเตรียมกรอบตัวอย่างและการเลือกตัวอย่าง
  •  การทดสอบแบบสอบถาม
  •  การเตรียมแผนที่แสดงเขตการปฏิบัติงาน
  •  การวางแผนการประเมินคุณภาพของข้อมูล

 การเตรียมงานประมวลผล
1.1 กำหนดขอบข่าย คุ้มรวม และวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
เป็นการกำหนดขอบข่ายและคุ้มรวมของการเก็บรวบรวมข้อมูลว่า ครอบคลุมหน่วยที่ให้ข้อมูลอะไรและพื้นที่ใดบ้าง และกำหนดวิธีที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลว่าจะใช้วิธีใดจึงจะเหมาะสม ซึ่งมีหลายวิธีด้วยกัน เช่น วิธีการส่งพนักงานไปสัมภาษณ์ วิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ วิธีการส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ เป็นต้น
Top

1.2 กำหนดรายการข้อมูลที่เก็บรวบรวม
ในการกำหนดรายการข้อมูลที่จะเก็บรวบรวม ต้องพิจารณากำหนดรายการข้อมูลที่สำคัญให้ครบถ้วน โดยพิจารณาถึงความต้องการของผู้ใช้ข้อมูลว่ามีรายการข้อมูลอะไรบ้างที่สำคัญและจำเป็นต้องใช้ในการวางแผน หรือการตัดสินใจในเรื่องนั้นๆ
Top

1.3 กำหนดคำจำกัดความ
การผลิตข้อมูลสถิติจำเป็นต้องกำหนดความหมายหรือคำจำกัดความของคำต่างๆ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจและสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการและเพื่อให้ผู้ใช้ข้อมูลทราบถึงขอบเขตความหมายของข้อมูลที่จะนำไปใช้
Top

1.4 การเตรียมแบบสอบถามและแบบต่างๆ
แบบสอบถามและแบบต่างๆ ที่ใช้ในการจัดทำโครงการสำมะโน/สำรวจมีดังนี้
– แบบนับจด เป็นแบบที่ใช้บันทึกข้อมูลของหน่วยนับจดแต่ละหน่วย เช่น กรณีที่กำหนดให้ครัวเรือนเป็นหน่วยนับจด แบบนับจดจะประกอบด้วยรายการข้อมูลที่สำคัญๆ ของครัวเรือน
– แบบแจงนับ เป็นแบบที่ใช้บันทึกรายละเอียดต่างๆ ของหน่วยงานนับจดแต่ละหน่วย
– แบบธุรการ เป็นแบบที่ใช้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน เช่น แบบมอบงาน-ส่งงาน แบบรายงานความก้าวหน้า เป็นต้น

ในการจัดทำแบบสอบถาม จะต้องกำหนดคำถามให้ครบถ้วนตามรายการข้อมูลที่ต้องการเก็บรวบรวม โดยการจัดคำถามที่อยู่ในเรื่องเดียวกันไว้ด้วยกันและจัดลำดับก่อน-หลังให้เหมาะสม และตั้งคำถามให้สื่อความหมายได้ชัดเจน ไม่ควรใช้คำถามที่คลุมเครือ ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำถามนำหรือคำถามที่ทำให้ผู้ตอบเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง และควรเป็นคำถามที่ง่ายและสะดวกต่อการตอบและใช้เวลาน้อย

ซึ่งการจัดทำแบบสอบถามนับว่ามีความสำคัญมาก เนื่องจากข้อมูลที่ได้จากการจัดทำสำมะโน/สำรวจจะถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับแบบสอบถาม ดังนั้นในการจัดทำแบบสอบถามจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบทั้งการกำหนดคำถามและรูปแบบของแบบสอบถามให้สะดวกต่อผู้ตอบสัมภาษณ์ โดยต้องกำหนดให้เหมาะสมกับวิธีที่จะใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วย เช่น ถ้าใช้วิธีการส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ จะต้องมีคำอธิบายคำศัพท์เทคนิคที่ใช้ไว้ด้วย เป็นต้น นอกจากนั้นยังต้องพิจารณารูปแบบของแบบสอบถามให้สะดวกต่อการประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ และประการสำคัญคือ แบบสอบถามที่ดีจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนที่ไม่ได้เกิดจากการเลือกตัวอย่าง (Non-sampling Error) อีกด้วย
Top

1.5 การจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูล
ในการปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูลนั้น มีผู้ปฏิบัติงานเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องจัดทำคู่มือขึ้น เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงานโดยรวมมีความถูกต้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
คู่มือการปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูล ควรประกอบด้วย วัตถุประสงค์ ขอบข่ายและคุ้มรวม วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล หลักทั่วไปในการปฏิบัติงานสนาม คำจำกัดความของคำต่างๆ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล การเลือกตัวอย่าง การใช้แผนที่ การบันทึกแบบสอบถามทั้งแบบนับจดและแบบแจงนับและการบันทึกแบบธุรการ
Top
1.6 การเตรียมกรอบตัวอย่างและการเลือกตัวอย่าง
สารบัญเป็นส่วนที่ระบุหัวข้อและหมายเลขหน้าที่เริ่มต้นของแต่ละหัวข้อของทั้งเล่มรายงาน สารบัญเป็นส่วนที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจถึงโครงสร้างและขอบเขตของรายงาน การเขียนหัวข้อในสารบัญควรประกอบด้วย ตัวเลข พยัญชนะ ตัวสะกด รวมถึงเครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ เหมือนกับที่เขียนอยู่ในรายงานทุกอย่าง โครงสร้างของหัวข้อที่แสดงในสารบัญจะเหมือนกับโครงสร้างขององค์ประกอบของรายงาน โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
1.6.1 การเตรียมกรอบตัวอย่าง
กรอบตัวอย่าง หมายถึง บัญชีรายชื่อหรือทะเบียนของหน่วยทุกหน่วยที่ประกอบกันเป็นประชากรที่ต้องการศึกษา
ในการเตรียมกรอบตัวอย่างนั้นบางเรื่องเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว เช่น รายชื่อหมู่บ้าน รายชื่อโรงเรียน พื้นที่ที่มีขนาดตามที่กำหนด (อาจแบ่งด้วยจำนวนบ้าน) เป็นต้น แต่บางเรื่องต้องจัดทำขึ้นใหม่โดยทำการสำรวจล่วงหน้า (Listing Survey) เพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับหน่วยที่อยู่ในข่ายของการสำรวจ ซึ่งจะทำการนับและจดบันทึกชื่อและที่ตั้งของแต่ละหน่วย และอาจมีรายการอื่นๆ อีก 2-3 รายการเพื่อใช้ในการเลือกตัวอย่างในการสำรวจจริงต่อไป
กรอบตัวอย่างที่ดีจะต้องเป็นกรอบตัวอย่างที่สมบูรณ์ ทันสมัย และสามารถบอกตำแหน่งและที่อยู่ของแต่ละหน่วยได้
1.6.2 การเลือกตัวอย่าง
– ศัพท์ในเทอมต่างๆ
– วิธีการเลือกหน่วยตัวอย่าง
– การกำหนดขนาดตัวอย่างและสูตรที่ใช้ในการคำนวณขนาดตัวอย่าง
– วิธีการประมาณค่า
Top

1.7 การทดสอบแบบสอบถาม
เมื่อจัดทำแบบสอบถามเสร็จแล้ว ควรทำการทดสอบแบบสอบถามก่อนที่จะใช้ในการปฏิบัติงานจริง เพื่อหาข้อบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ของแบบสอบถาม โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างที่คล้ายคลึงกับประชากรเป้าหมายและใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเช่นเดียวกับที่จะปฏิบัติงานจริง เพื่อทดสอบความเหมาะสมของแบบสอบถามในประเด็นต่างๆ เช่น คำถามยากเกินไปหรือไม่ คำถามสื่อความหมายได้ชัดเจนหรือไม่ การจัดลำดับคำถามและรูปแบบของแบบสอบถามเหมาะสมหรือไม่ เป็นต้น แล้วนำผลการทดสอบแบบมาสรุปปัญหาต่างๆ เพื่อปรับปรุงแก้ไขแบบสอบถามให้เป็นแบบสอบถามที่สมบูรณ์ นอกจากนั้นการทดสอบแบบยังทำให้ทราบว่า แบบสอบถามแต่ละแบบจะต้องใช้เวลาในการสัมภาษณ์มากน้อยเพียงใด การให้ความร่วมมือของผู้ตอบสัมภาษณ์เป็นอย่างไร เพื่อใช้ในการเตรียมงานสนามด้วย
Top

1.8 การเตรียมแผนที่แสดงเขตการปฏิบัติงาน
ในการปฏิบัติงานสนามนั้น เพื่อให้พนักงานแจงนับสามารถเก็บข้อมูลได้ถูกต้องและครบถ้วนจะต้องมีการจัดทำแผนที่เขตการปฏิบัติงานเพื่อแสดงที่ตั้งและขอบเขตที่ชัดเจนแน่นอน โดยใช้ขอบเขตที่ถาวร เช่น ถนน ซอย คลอง ลำน้ำ หรือสถานที่สำคัญ เป็นต้น นอกจากนั้นแผนที่ยังต้องแสดงรายละเอียดทางภูมิศาสตร์อื่นๆ รวมถึง ที่ตั้งของอาคารสิ่งปลูกสร้างด้วย เพื่อให้พนักงานแจงนับทราบขอบเขตการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งจะทำให้พนักงานแจงนับปฏิบัติงานได้ถูกต้อง ไม่ทำให้การปฏิบัติงานตกหรือซ้ำกัน
Top
1.9 การวางแผนการประเมินคุณภาพของข้อมูล
การจัดทำสำมะโน/สำรวจ ควรมีการประเมินคุณภาพของข้อมูล เพื่อให้ผู้ใช้ข้อมูลทราบถึงระดับคุณภาพของข้อมูลที่จะนำไปใช้ ในการประเมินความครบถ้วนและความแม่นยำของข้อมูลนั้นใช้วิธีการสำรวจภายหลังการแจงนับ (Post Enumeration Survey : PES) ซึ่งเป็นการสำรวจซ้ำในเขตปฏิบัติงานที่เลือกเป็นตัวอย่างจากเขตปฏิบัติงานที่มีการปฏิบัติงานจริง เพื่อประเมินความคลาดเคลื่อนของข้อมูลดังนี้
– ความคลาดเคลื่อนของคุ้มรวม (Coverage Error) หมายถึง ความคลาดเคลื่อนในยอดรวมของประชากร ซึ่งเกิดจากการนับขาด นับเกิน หรือนับซ้ำ
– ความคลาดเคลื่อนของรายละเอียด (Content Error) หมายถึง ความคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับรายละเอียดของประชากร เช่น ความคลาดเคลื่อนของอายุ อาชีพ ระดับการศึกษา เป็นต้น

การวางแผนและเตรียมงานในการสำรวจภายหลังการแจงนับ ได้แก่ การเลือกรายการข้อมูลที่ต้องการตรวจสอบ การเตรียมแบบสอบถาม การจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูล การเลือกตัวอย่าง ซึ่งจะเป็นการเลือกตัวอย่างจากเขตปฏิบัติงานของสำมะโนหรือจากตัวอย่างของการสำรวจ (Sub Sample)
Top

1.10 การเตรียมงานประมวลผล
การประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ จะต้องจัดเตรียมงานดังนี้
– จัดทำ Data Dictionary เพื่อกำหนดรายการข้อมูลและรหัสต่างๆ ที่ใช้ในการประมวลผล
– จัดทำคู่มือการบรรณาธิกรและลงรหัส (Manual Edit) เพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อมูลด้วยมือ โดยกำหนดวิธีการและรายละเอียดการตรวจสอบความถูกต้องและความแนบนัยของข้อมูล
– จัดทำคู่มือการบรรณาธิกรด้วยเครื่อง (Machine Edit) เพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งการตรวจสอบโครงสร้าง ตรวจสอบรหัสและตรวจสอบความแนบนัย
– จัดทำตารางประมวลผล (Tabulation Specification) โดยการออกแบบตารางที่ต้องการนำเสนอผลพร้อมกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ ของทุกตาราง
Top